ความอิจฉาในเด็ก

21 กรกฎาคม 2568 16:00

บทความโดย พญ.พรรณพิมล วิปุลากร
ประธานกรรมการมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว

เด็กทุกคนต้องการความสนใจจากพ่อและแม่และมักจะต้องการในเวลาเดียวกัน ยิ่งเห็นอีกคนได้รับความสนใจ ก็จะเข้ามาใช้ความพยายามทำให้ตนเองได้รับความสนใจด้วย แม้ลูกวัยต่างกันคนที่เป็นพี่ก็ยังรู้สึกว่าเขาอยากได้ความสนใจจากพ่อแม่เท่ากับน้อง หลายท่านมีประสบการณ์เรื่องความอิจฉาของลูก และมองดูด้วยความรู้สึกไม่สบายใจว่าหากปล่อยให้พัฒนาต่อไปอย่างนี้เรื่อยๆคงไม่ดีแน่ คนเป็นพ่อแม่อยากให้พี่น้องรักกัน
เด็กอาจแสดงความอิจฉาออกมาให้เห็นได้หลายรูปแบบ ที่พบบ่อยคือ ความอิจฉาในระหว่างพี่น้อง ซึ่งสร้างความหนักใจให้กับพ่อแม่มากทีเดียว นอกจากจะอิจฉากันในกลุ่มพี่น้องแล้ว บางทีจะเห็นเขาอิจฉาคุณพ่อคุณแม่ หลายครั้งเขาจะต่อว่าคุณพ่อคุณแม่ว่าเอาแต่สนใจกันเอง พูดคุยกันเอง ไม่หันมาสนใจเขา หรืออิจฉาไม่อยากให้พ่อสนใจแม่ หรือแม่สนใจพ่อมากกว่าเขา
นอกจากนี้เขาอาจอิจฉาเพื่อนหรือแสดงความรู้สึกไม่พอใจเพื่อน พ่อแม่ทุกคนไม่สบายใจเมื่อเห็นว่าลูกเอาแต่อิจฉาคนอื่น เขาเองก็ดูไม่มีความสุข รู้สึกว่าคนอื่นดีกว่าเขา เหนือกว่าเขา ได้สิ่งต่างๆมากกว่า คอยจับจ้องจนกลายเป็นคอยจับผิดว่าใครได้อะไรมากกว่าอยู่ตลอดเวลา

โดยส่วนใหญ่พบว่าคุณพ่อคุณแม่มักแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้ามากกว่าจะวิเคราะห์ที่มาของปัญหา เช่น เห็นพี่น้องทะเลาะกัน อาจจัดการปัญหาไปเลย ลงโทษพี่หรือลงโทษน้อง หรือลงโทษทั้งคู่ที่ไม่รักกัน โดยไม่ได้วิเคราะห์สาเหตุของปัญหาคืออะไร หรืออาจจะดุลูกทันทีว่าเขาไม่ควรจะอิจฉาคนอื่น ตำหนิว่าเขาไม่ควรเกิดความรู้สึกอย่างนี้ พราะไม่พอใจที่ลูกขี้อิจฉา เกิดความรู้สึกคาดหวังว่าลูกไม่ควรมีนิสัยอย่างนี้ การดุว่าด้วยความโกรธ เด็กเองก็จะโกรธตอบ เมื่อเราโกรธเขา เขาก็โกรธเรา เกิดเป็นความคับข้องใจในตัวเด็กเป็นอย่างมาก เพราะจริง ๆ แล้วเด็กต้องการความรักความเข้าใจจากพ่อแม่ เมื่อเขาถูกดุว่าด้วยความโกรธอยู่เสมอ เขาก็จะรู้สึกว่าถูกกดดันเป็นอย่างมาก และมีความอึดอัดอยู่ในใจ เด็กอาจจะพัฒนากลายเป็นเด็กที่มีนิสัยดื้อรั้น หรือแสดงความรู้สึกรุนแรงมากขึ้น จนพ่อแม่ทนไม่ไหวตำหนิเด็กมากขึ้น การแก้ปัญหาแบบนี้แทนที่จะช่วยให้ลูกเข้าใจและลดความอิจฉาลง กลับยิ่งทำให้มีปัญหามากขึ้น เพราะการแสดงออกของความอิจฉา เป็นปลายเหตุที่แสดงให้เห็นว่า เขาไม่พอใจกับบางอย่างที่เกิดขึ้น ต้องช่วยกันดูว่าความไม่พอใจนี้คืออะไร หากพ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูเด็กไม่เข้าใจ ไม่สามารถตอบสนองอย่างเหมาะสมตั้งแต่ช่วงวัยเด็ก เด็กจะเติบโตและพัฒนากลายเป็นเด็กขี้อิจฉาไปตลอดชีวิต เมื่อเขาโตขึ้น เขาจะอิจฉาเพื่อนร่วมงาน อิจฉาทุก ๆ คนที่อยู่รอบตัว มีความไม่พึงพอใจกับชีวิตของตนเอง รู้สึกว่าตนเองด้อยกว่าคนอื่นอยู่เสมอ ไม่อาจมีความสุขเหมือนกับคนอื่นได้ เพราะในใจมีแต่ความอิจฉาริษยาตลอดเวลา กลายเป็นคนที่มีความทุกข์กับชีวิต จะเห็นว่าความอิจฉาริษยาเป็นการแสดงความไม่พอใจของเด็กซึ่งเกิดจากความต้องการของเขาไม่ได้รับการตอบสนอง โดยเฉพาะในเด็กเล็กเขาจะต้องการตอบสนองเป็นระยะอยู่เสมอ ถ้าทิ้งช่วงเวลาของการตอบสนองไปเป็นช่วงเวลายาวๆ เด็กก็เริ่มเข้ามาแสดงออกเพื่อให้ได้รับความสนใจ โดยเฉพาะถ้ามีลูก 2 คนที่อายุไม่ห่างกันมากนัก เช่น ถ้าพี่อายุ 3 ขวบ น้องอายุ 2 ขวบ บางทีพี่เองก็ต้องการความสนใจจากคุณพ่อคุณแม่ไม่น้อยไปกว่าน้องเลยทีเดียว ถ้าไม่สนใจความรู้สึกตรงนี้ เขาก็อาจแสดงความอิจฉาออกมา เพราะฉะนั้นต้องหันมาสนใจความรู้สึกของลูก หันมาใส่ใจกับความรู้สึกของเขา ตอบสนองต่อความรู้สึกที่มีของเขาบ้าง ก็จะช่วยลดความรู้สึกอิจฉาริษยาภายในใจของเขาได้
ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือต้องหลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบ ความอิจฉาริษยานั้นบางทีเกิดขึ้นเพราะไม่ได้ระมัดระวัง เปรียบเทียบลูกกับคนอื่นเสมอ ซึ่งจะทำให้เขาเกิดความรู้สึกว่าเขาด้อยกว่าคนอื่น โดยเฉพาะในพี่น้อง ทำไมน้องทำได้ เขาเป็นพี่โตกว่าทำไมทำไม่ได้
เมื่อให้ความสนใจเขาแล้ว เขาก็จะรู้สึกว่าพ่อแม่เข้าใจเขาในระดับหนึ่ง จากนั้นควรจะสอนหรือชี้แนะสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสมให้กับลูก ก่อนจะสอนเขาทุกครั้งคุณพ่อคุณแม่ต้องตระหนักเสมอว่า ต้องช่วยเขาในเรื่องความรู้สึกก่อน ถ้าความรู้สึกของเขายังรุนแรงมาก ไม่พอใจมาก อิจฉาอย่างมาก ถึงชี้แนะอะไรเขาก็จะยังรับไม่ได้ เพราะอารมณ์ด้านลบของเด็กที่มีอยู่มากจะบดบังการใช้เหตุผลของเขาไปหมด เมื่ออารมณ์ขุ่นมัวของเขาลดลงแล้ว เขาต้องเรียนรู้ทางออกใหม่ ๆ สำหรับตัวเขาเองบ้าง ถ้าเขาอิจฉาน้องแล้วใช้วิธีแกล้งน้องหรือทำให้น้องร้องเพื่อที่พ่อแม่จะต้องหันมาสนใจเขา แทนที่เราจะดุว่าด้วยความโกรธ อาจจะเบนความสนใจเขาออกไปทำอย่างอื่น เริ่มสอนให้เขารู้ว่า หากเขาไม่ใช้วิธีอย่างนี้ เขาก็สามารถได้รับความสนใจ ในระยะต่อไป ถ้าเราสามารถแบ่งปันความรู้สึกกับลูกได้เหมาะสม โดยที่เขาไม่ต้องคอยเรียกร้องความสนใจจากเราอยู่เสมอ ก็จะช่วยได้มากยิ่งขึ้น การสอนให้รู้จักให้เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ควรสอนลูก โดยสอนให้เขารู้จักให้คนอื่น รู้จักให้อภัยผู้อื่น เป็นเรื่องที่ยากพอสมควรสำหรับเด็กที่เขาจะต้องเริ่มแบ่งปัน อาจจะเริ่มต้นจากสิ่งของหรือเรื่องง่าย ๆ ที่เขาพอจะแบ่งปันให้คนอื่นได้ คุณพ่อคุณแม่ควรให้คำชื่นชมหรือแสดงความชมเชยทันทีในเวลาที่เขารู้จักให้คนอื่น ตรงนี้จะทำให้เด็กได้เรียนรู้ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการให้เป็นความรู้สึกที่ดี

เมื่อเขารู้จักให้และรู้จักการแบ่งปัน ต่อไปจะต้องสอนให้เขารู้จักที่จะชมเชยคนอื่น รู้จักมีความพอใจหรือยินดีในเวลาที่คนอื่นทำอะไรได้ดี โดยที่ตัวของเขาเองไม่จำเป็นต้องรู้สึกด้อยในเวลาที่เห็นคนอื่นดีกว่าตนเอง รู้จักที่จะภูมิใจในตัวเอง ตนเองก็มีสิ่งดีในบางอย่างที่อาจจะไม่เหมือนน้อง ไม่เหมือนเพื่อน แต่ต่างคนก็ต่างมีลักษณะบางประการที่เป็นข้อดีของตัวเอง ตรงนี้จะทำให้เด็กมีความภูมิใจในตัวเอง เห็นข้อดีที่เขามีในขณะเดียวกันก็มีความสามารถที่จะยอมรับข้อดีหรือข้อเด่นของคนอื่นได้ โดยไม่เก็บเอามาเป็นความทุกข์ใจหรือเก็บเอามาเป็นความอิจฉาริษยาต่อผู้อื่น เมื่อถึงจุดนี้ การควบคุมอารมณ์ของเด็กก็จะได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น เพราะเขารู้จักที่จะยอมรับผู้อื่น ให้ความสนใจคนอื่น เมื่อเราเริ่มสนใจความรู้สึกของลูก เขารู้สึกดีขึ้น รู้จักที่จะให้ เขาก็จะเริ่มตอบสนองด้วยการสนใจผู้อื่น เด็กที่ได้รับการฝึกฝนอย่างนี้ จะมีวุฒิภาวะที่ดีขึ้น มีความสามารถในการควบคุมอารมณ์ที่ดีขึ้น
ถ้ามีวุฒิภาวะอย่างนี้ เขาจะมีความสุข ไม่ว่าใครจะเป็นอย่างไร เขาก็มีความสุขได้ ใครจะดีขึ้นหรืออย่างไรเขาก็มีความสุขได้ด้วย รวมทั้งมีความสุขกับตนเองได้ด้วย เมื่อมีความสุขกับชีวิต เขาก็จะมีความพร้อมในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ไม่ปิดกั้นตัวเองจากเพื่อนจากพี่น้องหรือคนอื่น ๆ สามารถมีทักษะทางสังคมหรืออยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างมีความสุข ไม่ต้องคอยอิจฉาริษยาคนอื่น ไม่ต้องอยู่ด้วยความทุกข์ใจ ไม่ต้องอยู่ด้วยความรู้สึกด้อยด้วยตัวของเขาเอง

ฉะนั้น ถ้าเห็นลูกอิจฉาริษยาคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องตกใจ เพราะนี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในเด็ก แต่สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรตระหนักและให้ความสำคัญ คุณเป็นบุคคลสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้ลูกสามารถผ่านอารมณ์รู้สึกอิจฉาริษยาไปได้ด้วยดี มีการเรียนรู้ที่จะเข้าใจได้ว่าสิ่งนี้เป็นอารมณ์อย่างหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นได้และเขาต้องจัดการความรู้สึกนี้ได้อย่างเหมาะสม ต้องมีความสามารถที่จะเข้าใจผู้อื่น สามารถที่จะให้ความรู้สึกดี ๆ กับผู้อื่นได้ ช่วยให้ลูกโตขึ้นเป็นคนที่มีความสุขในตนเองโดยไม่ต้องคอยเปรียบเทียบกับผู้อื่น

#บทความดีๆ #บทความสอนใจ #ความอิจฉาในเด็ก
#มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว

มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว

77/47  ซอยแจ้งวัฒนะ 15 แยก 2 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10220

ข้อมูลติดต่อ

familynetwork2568@gmail.com
familynetwork2568@gmail.com