23 กรกฎาคม 2568 16:27
ใครอยู่ในครอบครัวใหญ่ที่มีกันหลายรุ่น คงจดจำบรรยากาศการอยู่ร่วมกันที่มีทั้งความอบอุ่น และความอึดอัดใจ ขึ้นกับว่าด้านไหนจะมากกว่ากัน ด้านอบอุ่นมากก็อุ่นใจและรู้สึกถึงการช่วยเหลือเกื้อกูล ถ้าด้านอึดอัดมากคงรู้สึกว่าที่บ้านอบอุ่นจนร้อน ร้อนด้วยความรู้สึกว่ามีความไม่เข้าใจกัน กดดัน ขาดความเป็นตัวของตัวเอง
เรื่องที่เด็กๆรู้สึกว่าอึดอัดเวลาอยู่กับปู่ย่าตายาย มาจากความเอาใจใส่ ความพยายามของปู่ย่าตายายที่อยากช่วยดูแลหลาน เริ่มตั้งแต่การดุแลสุขภาพตามแนวปู่ย่าตายาย เรื่องอาหารการกิน เข้ามาดูกิจวัตรประจำวันตามแบบฉบับที่ตายายคุ้นเคย อาจเริ่มมีปัญหาจากเวลานอนของคนสูงอายุ กลางวันผู้ใหญ่จะงีบ เด็กจะเล่น กลางดึกวัยรุ่นเสียงดัง คนแก่ตื่นแล้วหลับยาก วิธีการใช้ชีวิตที่ต่างกันมาก ทำให้เด็กๆถูกซักไซ้เวลาทำกิจกรรมที่รุ่นผู้ใหญ่อาจไม่คุ้นเคย และอยากรู้รายละเอียดทั้งหมด เพื่อความมั่นใจ หรือบางท่านอาจมีความขี้กังวลเรื่องนอกตัว ทำให้ต้องซักไซ้ให้รู้ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นกับหลานให้ได้ รวมทั้งปฏิเสธไม่ยอมให้ทำบางอย่างที่ไม่คุ้นเคย เช่น ไม่อนุญาตให้ไปค้างบ้านเพื่อน
ประเด็นถัดไปที่ทำให้เด็กๆมักรู้สึกอึดอัดมาจากการพูดคุยที่บางครั้งเหมือนไม่มีประเด็นอะไร เป็นการคุยเล่าเรื่อง ถามบางเรื่องที่ไม่อยู่ในความสนใจ โดยเฉพาะเวลาที่เด็กไม่อยากคุยด้วย อย่างเวลาที่กำลังนั่งดุรายการโปรด นั่งทำงานทำการบ้าน หรือกำลังนั่งอยู่กับคอมพิวเตอร์ ทำให้หลานใช้วิธีหลบเข้าไปอยู่แต่ในห้องของตัวเอง อึดอัดที่จะออกมาใช้พื้นที่ในบ้าน นอกจากนี้ในบางบ้านที่มีผู้สูงอายุมาก อาจมีปัญหาเรื่องสุขภาพ เรื่องความจำ ทำให้เกิดสถานการณ์ความวุ่นวายในบ้าน เช่น ของหาย หาไม่เจอ เพราะหยิบไปแล้วจำไม่ได้ว่าอยู่ไหน
ความแตกต่างระหว่างวัยอาจทำให้พ่อแม่ต้องทำหน้าที่อย่างหนักเพื่อการอยู่ร่วมกัน เพราะการอยู่ร่วมกัน อาจเป็นความจำเป็นเรื่องที่อยู่อาศัย เป็นแบบแผนของครอบครัวที่อยู่แบบครอบครัวใหญ่ การอยู่แบบครอบครัวขยายมีส่วนช่วยอื่นที่เป็นประโยชน์ เช่น การมีคนอยู่บ้าน มีคนคอยช่วยกันในการดุแลบ้าน ดูแลหลาน พ่อแม่จึงเป็นคนกลางที่ช่วยเชื่อมการสื่อสารและความเข้าใจที่ต่างกันด้วยวัยของรุ่นหลานกับรุ่นปู่ย่าตายาย
ข้อควรระวังมาจากตัวของพ่อแม่เองที่ต้องจัดการกับความตึงเครียดของตนเอง ซึ่งเกิดจากภาระความรับผิดชอบในการทำงานนอกบ้าน และภาระที่ต้องรับผิดชอบภายในบ้าน ยังมีแรงกดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ต้องดูแลทั้งสองวัย เหนื่อยเข้าบ้านอาจจะหงุดหงิดที่จะต้องมาแก้ปัญหายายหลาน หรือย่าหลาน เด็กมักใช้วิธีเลี่ยง หลบหน้า เข้าห้องตัวเอง ไม่คุยด้วย ย่ายายพยายามจะเข้าไปรับรู้เรื่องหลาน และอยากคุยกับหลาน มีเรื่องงอนกัน รอพ่อแม่กลับเข้าบ้านมาเป็นคนไกล่เกลี่ย
เด็กมักบ่นว่า รักย่ายาย แต่รำคาญที่ย่ายายวุ่นวายกับเขามาก ย่ายายบ่นว่าดูแลหลานยังไง ปล่อยให้หลานไม่ลงมากินข้าว เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง เรื่องทั้งหมดต้องการพ่อแม่คนกลางรับมือคำบ่นของทั้งสองฝ่าย สำหรับการคุยกับฝ่ายผู้ใหญ่ย่ายาย ต้องระวังเรื่องการบอกให้เปลี่ยนแปลงวิธีที่ใช่อยู่ คนสูงอายุมีแนวโน้มจะยึดติดในความคิดว่าตนเองตั้งใจทำเพื่อหลาน ถ้าเริ่มด้วยการบอกว่าอย่าทำอีก เหมือนไปออกคำสั่ง อาจไม่ได้ความร่วมมือ เกิดมีอารมณ์น้อยใจขึ้นมาว่ายุ่งเรื่องหลาน จะต้องทำให้หายน้อยใจอีก ยกเว้นได้รับการถามจากย่ายายเองว่าจะทำอย่างไรดีเรื่องหลาน จึงถือโอกาสคุยบอกว่าหลานอาจจะอยู่ในช่วงใกล้สอบ เป็นช่วงหลานกำลังโต หรืออื่นๆที่ทำให้คลายใจว่าหลานยังรักย่ายาย แต่บางครั้งเขาอยากดูแลตัวเอง อยากอยู่ตามลำพังบ้าง
วิธีคุยกับคนสูงอายจึงต้องเริ่มด้วยการนั่งลงฟังเรื่องที่อยากเล่า แม้ใช้เวลาบ้าง แต่การรับฟังช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายไปได้เอง โดยแทบไม่ต้องทำอะไร อย่างน้อยลูกยังฟัง ให้ความสำคัญ เรื่องงอนกับหลานไม่ใช้เรื่องใหญ่อะไร แต่ถ้าอยากบอกวิธีที่จะทำให้คุยกันรู้เรื่อง อาจลองเสนอได้ว่าหลานชอบเวลาที่คุณย่า ยายทำแบบไหน อารมณ์อยากดูแลหลาน ทำให้ย่ายายยอมทำบางอย่างที่รู้ว่าหลานชอบ
การฟังต้องใช้กับเด็กด้วย ถ้าตัดบทบอกแต่ให้เด็กทนทนไป เด็กจะรู้สึกว่าเขาไม่มีทางเลือก อาจเก็บตัวมากขึ้น ทำให้ยิ่งไม่เข้าใจกัน ถ้าสัมพันธภาพในครอบครัวไม่ได้มีความขัดแย้งมาก หลานมักมีความรักในตัวย่ายาย เพียงแต่อึดอัดบางเรื่อง ช่วงที่เด็กมีความกดดันทำให้เขาหงุดหงิดมากขึ้น การฟังเรื่องที่ลูกเล่า และช่วยกันดูว่าจะพอจัดการสถานการณ์ที่ไม่สบายใจได้อย่างไร และเช่นเดียวกันอาจช่วยกันหาทางเลือกว่าทำแบบไหนที่ย่ายายจะลดความกังวลลง จะช่วยลดความวุ่นวายลง การแลกเปลี่ยนกับพ่อแม่เป็นการเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในผู้สูงอายุ ความเสื่อมของร่างกาย การร่วมกันช่วยดูแลผู้สูงอายุ ทำให้เด็กมีความอ่อนโยน ยายย่าเดินได้ไม่แข็งแรง หูตาไม่ดี หลานเป็นผู้ช่วยสำคัญให้ท่านได้รับรู้โลกภายนอก
ความเห็นที่ต่างกันระหว่างวัยมาจากประสบการณ์ในชีวิตในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน การหาจุดเชื่อมที่ทำให้ความเห็นที่แตกต่างไม่นำไปสู่ความขัดแย้งกัน ต้องอาศัยกิจกรรมในครอบครัวที่ทำให้สมาชิกต่างวัยมีโอกาสได้รับรุ้เรื่องราวตามวัย ทำให้เข้าใจวิธีคิดที่ต่างกัน การใช้ชีวิตร่วมกันในครอบครัวไม่ใช้การพยายามให้อีกฝ่ายคิดแบบเดียวกับตนเอง แต่เป็นการยอมรับความเห็นที่แตกต่าง รับฟัง และยังคงให้ความเคารพด้วยการปฏิบัติต่อญาตผู้ใหญ่ ซึ่งเด็กได้ต้นแบบมาจากการปฏิบัติของพ่อแม่ เรื่องงอนกันไปบ้างเป็นเพียงการเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้าหากันของคนต่างวัย
การมีผู้สูงอายุในบ้านเป็นโอกาสสำหรับเด็กได้เรียนรู้ความแตกต่างระหว่างวิถีชีวิต ได้ยินได้ฟังเรื่องเล่าจากอีกช่วงเวลา ได้ใกล้ชิดสนิทสนมกับญาติผู้ใหญ่ เป็นต้นทุนให้เขาเรียนรู้การดุแลพ่อแม่ในวันข้างหน้า และเตรียมที่จะอยู่ในสังคมที่มีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น