26 กรกฎาคม 2568 12:42
ชีวิตคู่มีเรื่องให้ผิดใจกันได้ จะมากจะน้อยอยู่ที่การรับรู้ของทั้งสองฝ่ายว่าให้ความสำคัญมากแค่ไหนกับสิ่งที่ไม่ถูกใจที่มากระทบใจ ถ้าทุกเรื่องที่เห็นต่างกระทบใจไปหมด คงมีเรื่องให้ไม่สบายใจได้ทุกวัน หรือเมื่อมีเรื่องที่กระทบใจแล้วไม่สามารถสื่อสารเพื่อลดความขัดแย้งที่มีต่อกันได้ ในที่สุดก็คงไม่สามารถใช้ชีวิตคู่อยู่ต่อไปอย่างมีความสุขได้ ผลข้างเคียงที่จะตามมาจากการกระทบกระทั่งกัน คงมีตั้งแต่อยู่อย่างไม่มีความสุข ไม่สามารถทำหน้าที่อื่นในครอบครัวอย่างการทำหน้าที่พ่อแม่ได้อย่างครบถ้วนเพราะมัวแต่คิดขัดแย้งกัน ทำงานไม่มีคุณภาพ เสียสมาธิ มัวแต่คิดเรื่องปัญหาส่วนตัว เจ็บป่วยด้วยโรคที่สัมพันธ์กับความเครียด ลงไม้ลงมือใช้ความรุนแรงต่อกัน หรือจะเลิก ยุติชีวิตคู่ บางครั้งเลิกไปแล้วยังไม่หายแค้นเคืองเก็บไปเป็นความทุกข์ต่อเนื่องไปอีกยาวนาน
บางครั้งความไม่พอใจมาจากความคาดหวัง ประสบการณ์ ความคุ้นเคยของคนเราที่แตกต่างกันก่อนจะมาใช้ชีวิตคู่กัน บางอย่างเปลี่ยนแปลงได้ เพราะรู้สึกอยากจะเปลี่ยนเพื่อคนที่เราอยู่ด้วย และไม่อยากจะต้องทะเลาะกันบ่อยๆ บางอย่างเปลี่ยนแปลงได้ยาก ไม่ใช้เพราะไม่รัก ไม่เห็นความสำคัญ แต่เปลี่ยนได้ยากจริงๆ ความขัดแย้งในชีวิตคู่เป็นเรื่องปกติของความสัมพันธ์ ถ้ารู้สึกว่าเราทำให้อีกฝ่ายไม่สบายใจ แม้ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่โต แต่กระทบความรู้สึกของคู่ คำพูดที่ทรงพลังที่จะช่วยเปลี่ยนสถานการณ์ได้ คือ คำขอโทษ
คำขอโทษ คำที่พูดไม่ยาก ถ้าพูดเพื่อให้ดูเป็นคนรู้มารยาททางสังคม “ขอโทษครับ ขอทางหน่อยนะครับ” คำขอโทษจะพูดได้ยากขึ้นถ้ารู้ว่าเราจะขอโทษเพราะรู้สึกได้ถึงความรู้สึกของคนอื่นที่เกิดขึ้นเพราะการกระทำของเรา การเรียนรู้ที่จะกล่าวคำขอโทษที่ออกมาจากใจ ช่วยให้เราต่างจากหุ่นยนตร์ที่ถูกตั้งค่าคำพูดให้พูดซ้ำๆอย่างไม่รู้สึกรู้สมอะไร ในความรัก คำขอโทษมีความหมายกับความสัมพันธ์มาก คำพูดสั้นๆคำนี้ช่วยให้ความสัมพันธ์กระชับแน่นมากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
จุดเริ่มต้นที่ดีในการรับรู้ว่าคู่ของเรารู้สึกอย่างไรกับการกระทำของเรา คงต้องเริ่มต้นที่การรับรู้ความรู้สึกของตนเอง หากลองมองย้อนกลับไป เราเคยรู้สึกดีขนาดไหนเวลาที่เขาพูดคำขอโทษกับเรา และเช่นเดียวกันเคยรู้สึกแย่ขนาดไหนที่เขาไม่กล่าวคำขอโทษออกมา และถ้ามองอย่างลึกซึ้ง จะได้เห็นว่าการไม่พูดคำขอโทษมีอานุภาพมากขนาดสามารถทำลายความสุขในใจของเรา มันทำร้ายความรู้สึกของคู่ของเราได้เช่นกัน การเรียนรู้ที่จะกล่าวคำขอโทษ จึงมีค่ายิ่งนัก
ความน่ากลัวของคำขอโทษนอกจากการพูดคำขอโทษได้เพียงตามมารยาทสังคม ยังมีคำขอโทษที่พูดออกมาทั้งที่ไม่อยากจะพูด แต่เป็นเพราะไม่อยากให้คู่ของตนโกรธ ไม่พอใจ บางครั้งเราอาจทำเช่นนี้ในความสัมพันธ์ทั้งที่ไม่ยอมรับว่าเราได้กระทำอะไร ในใจอาจรู้สึกไม่เห็นด้วย ไม่ยอมรับ ไม่พอใจด้วยซ้ำไป การเลี่ยงปัญหาด้วยการยอมกล่าวคำขอโทษทั้งที่ในใจไม่ยอมรับ เหมือนเราทรยศความรู้สึกของตัวเราเอง คำขอโทษอาจทำให้เหมือนปัญหาจบลง แต่จบลงด้วยความเข้าใจผิดของอีกฝ่าย และความจริงปัญหาไม่เข้าใจกันยังคงอยู่ ในที่สุดมันจะเกิดปัญหาอย่างเดิมซ้ำอีก แต่สถานการณ์จะแย่กว่าเดิม เพราะการใช่คำพูดขอโทษเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา ทำให้ความรู้สึกของอีกฝ่ายแย่ลงกว่าเดิม
ในขณะที่บางคนมีปัญหาไม่เคยพูดคำขอโทษ เพราะไม่สามารถยอมรับได้ว่าตนเองก็ทำความผิดพลาดกับคนอื่นได้ เป็นความจริงที่เจ็บปวดเกินกว่าจะยอมรับได้ เพราะชีวิตที่ผ่านมามีแต่คนบอกว่าอย่าผิดพลาด และเชื่อมั่นว่าตนเองไม่เคยทำอะไรผิด การแสดงออกภายนอกจึงดูแข็งกร้าว ในความสัมพันธ์จึงดูเหมือนอีกฝ่ายมีอำนาจเหนือกว่า ไม่เคยผิด ไม่เคยพูดขอโทษ อีกฝ่ายต้องยอมรับความผิดพลาดอยู่ฝ่ายเดียว ความสัมพันธ์เช่นนี้จึงตึงเครียด จนอีกฝ่ายอาจหมดความอดทนที่จะตกอยู่ภายใต้อำนาจอีกต่อไป ในความสัมพันธ์จึงต้องมีความเสมอกันของทั้งคู่ ที่จะเอ่ยคำขอโทษ แม้ความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนอีกฝ่ายมีอำนาจเหนือกว่า อย่างพ่อแม่กับลูก สามีกับภรรยา คำขอโทษก็ไม่ได้สงวนไว้ให้ฝ่ายที่ด้อยกว่าอย่างลูกหรือภรรยาพูดอยู่ฝ่ายเดียว ในทางตรงข้ามการรู้จักขอโทษของฝ่ายที่เหนือกว่ายิ่งทำให้ความมีอำนาจมีพลังมากยิ่งขึ้น การไม่รู้จักขอโทษอาจทำให้ฝ่ายที่ต้องยอม เก็บเป็นความรู้สึกที่รอโอกาสที่จะทำให้อีกฝ่ายได้รู้สึกเสียใจในภายหลัง
บางครั้งคำขอโทษก็มาสายเกินไป หลายคนปล่อยให้ความสัมพันธ์ขาดสะบั้น โดยไม่ได้ใส่ใจว่าตนเองได้กระทำให้อีกคนเจ็บปวดขนาดไหน จนความสัมพันธ์หลุดลอยไป เพิ่งจะอยากขอโทษย้อนหลังกับทุกอย่างและอยากเริ่มต้นใหม่ ถึงตรงนี้คำขอโทษก็อาจไม่ช่วยแก้ปัญหาเช่นกัน คำขอโทษจึงต้องมาในเวลาที่เกิดความรู้สึกขึ้น ปล่อยเนิ่นนานไปความรู้สึกเจ็บเปลี่ยนเป็นเจ็บมาก จนไม่รู้สึกเจ็บ ขอโทษตอนไม่รู้สึกเจ็บแล้วคงไม่มีความหมายอะไร เพราะความสัมพันธ์ได้ขาดสะบั้นไปพร้อมกับความรู้สึก
แม้ดูเหมือนว่าผู้ชายมีปัญหากับคำขอโทษมากกว่าผู้หญิง แต่ผู้หญิงก็อาจมีปัญหาในเรื่องนี้ได้เช่นเดียวกัน คงต้องเริ่มจากการเรียนรู้ตัวเราเอง เรารู้สึกได้ไหมว่าถ้าเราไม่ชอบให้ใครทำอะไรกับเรา คนอื่นก็ไม่ชอบเหมือนกัน เราสังเกตความรู้สึกของอีกฝ่ายได้ไหมเวลาที่เราทำอะไรแล้วเขารู้สึกอย่างไร เราเข้าใจและยอมรับความรู้สึกของคนอื่นได้หรือไม่ หรือเราเห็นแต่ตัวเรา ความต้องการของเรา ความรู้สึกของเรา ถ้าการตอบคำถามเหล่านี้จะต้องรวมถึงการทบทวนความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ก็ควรจะทำ ใช้การรับฟังอีกฝ่ายให้มากขึ้น
การสัมผัสความรู้สึกของอีกฝ่ายที่ไม่ใช่ตัวเรา โดยเฉพาะคนใกล้ชิด เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย ไม่เช่นนั้นจะเป็นการขอโทษตอนที่สายเกินไป การขอโทษคนที่เรารักที่สุด เป็นสิ่งที่ไม่น่าอาย ไม่เสียหน้า ไม่เสียศักดิ์ศรี คำแรกอาจจะยากที่จะเอ่ยออกมา แต่ถ้าได้ทำแล้ว ได้รับความรู้สึกที่ดีจากอีกฝ่าย จะไม่เสียใจเลยที่ได้ขอโทษ